PM 2.5

        PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กจนขนจมูกของมนุษย์ที่ทำหน้าที่กรองฝุ่นนั้นไม่สามารถกรองได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยอื่นๆ ในร่างกายได้ ตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่นๆ ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ที่มาและความน่ากลัวของ PM 2.5

       ในปี ค.ศ. 1997 ทาง United States Environmental Protection Agency (USEPA) ได้กำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับหรือเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ไว้ในมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา (National Ambient Air Quality Standards: NAAQS) เพื่อปกป้องความปลอดภัยของสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมและที่ต้องกำหนดให้ฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นขนาดฝุ่นละอองที่เป็นภัยนั้น ก็เพราะว่า สารมลพิษในฝุ่นละอองขนาดนี้สามารถเข้าสู่อวัยวะในระบบทางเดินหายใจได้โดยตรง สามารถทะลุเข้าไปถึงถุงลมปอดได้ทันที ดังนั้น ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้จึงทำให้เกิดการระคายเคืองและมีผลต่ออาการและโรคทางเดินหายใจ สามารถทำลายอวัยวะของระบบทางเดินหายใจโดยตรง และยังทำให้เกิดการระคายเคืองตา ระคายคอ แน่นหน้าอก หายใจถี่ หลอดลมอักเสบ เกิดอาการหอบหืด ถุงลมโป่งพอง และอาจเกิดโรคระบบทางเดินหายใจได้


“PM


วิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5

        วิธีการลดปริมาณฝุ่นละอองที่ดีที่สุด คือ ประชาชนต้องมีจิตสำนึกร่วมกันเพื่อลดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง เช่น ลดการจุดธูป ลดการเผาขยะ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมาก สำหรับการป้องกันตนเอง ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองที่เหมาะสม ไม่ใช่หน้ากากอนามัยทั่วไปที่ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับ 2.5 ไมครอนได้ แต่ต้องใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 จะมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะหน้ากาก N95 ผลิตจากเส้นใยพิเศษที่สามารถกรองฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ ทำให้ป้องกันฝุ่นขนาด PM 2.5 ไมครอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และอีกตัวช่วยที่มีไว้ไม่เสียหลาย ก็คือ การทำประกันสุขภาพซูเปอร์แพลนของซิกน่า เพราะคุ้มครองค่ารักษากลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรมแบบสุดคุ้ม ให้ความคุ้มครองสูงสุด 3 แสนบาท ซึ่งรวมถึงโรคการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ ช่องจมูกและหลอดลม หรือจะเลือกซื้อความคุ้มครองเสริมตามความเสี่ยงโรคร้ายสูงสุด 3 ล้านบาทต่อโรค ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ฯลฯ ก็ได้ ทั้งหมดนี้ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล





ความคิดเห็น